Pinterest Hidden Image
KTX logo 1

กองทุนส่วนบุคคลสำหรับการจัดพอร์ตการลงทุนในต่างประเทศ

Permanent Portfolio

บริการจัดพอร์ตการลงทุนแบบต้นตำรับ All Weather Strategy เพื่อปกป้องความเสี่ยงและรับมือกับทุกสภาวะเศรษฐกิจ ด้วยการผสานรวมสินทรัพย์ที่โดดเด่นในแต่ละช่วงเวลาเอาไว้ในพอร์ตเดียวกัน

Last 10 Years CAGR: ~8.66%

Backtested Performance From 2016-2025

US Permanent Portfolio Private Fund Asset Allocation - สัดส่วนการลงทุนของกองทุนส่วนบุคคล Permanent Portfolio

For All Weather Performance

นโยบายและจุดเด่นของกองทุนส่วนบุคคล Permanent Portfolio ที่บริหารจัดการโดย บล. กรุงไทย เอ็กซ์สปริง

ในปัจจุบันนี้ นักลงทุนไทยที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ ต่างก็ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคใหญ่สำคัญ 3 ประการ คือ (1) ความท้าทายในการสร้างผลตอบแทนในตลาดที่มีการแข่งขันสูง (2) กำแพงภาษีผลกำไรจากการลงทุนในต่างประเทศ (Capital Gain Tax) และ (3) ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน ซึ่งข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้การลงทุนด้วยตนเองแบบดั้งเดิมกลายเป็นภาระที่ซับซ้อนและบั่นทอนผลตอบแทนในระยะยาว ซึ่งยากต่อการบริหารจัดการให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับเวลาที่ต้องสูญเสียไป

เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดดังกล่าว กองทุนส่วนบุคคล Permanent Portfolio ซึ่งบริหารจัดการโดย บล. กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) จึงได้นำเอากลยุทธ์การจัดพอร์ตการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์แบบ Global Strategic Asset Allocation (GSAA) ซึ่งมีมั่นคงและความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจในระดับสูง ด้วยการกระจายการลงทุนในหุ้นสหรัฐ, ตราสารหนี้สหรัฐ, ทองคำ และเงินสด/สินทรัพย์แทนเงินสด ในสัดส่วนร้อยละ 25% เท่าๆกันเป็น 4 ส่วน มาใช้เป็นนโยบายในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน โดยจะทำการลงทุนผ่านตราสารแสดงสิทธิ์ในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR-Depositary Receipt) เพื่อรับสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีการลงทุนต่างประเทศ (Capital Gain Tax) และปรับพอร์ตตามความเหมาะสมด้วยระบบ Smart Rebalancing Algorithm พร้อมประยุกต์ใช้กลไกการปกป้องความเสี่ยงค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าแบบยืดหยุ่น Dynamic Currency Hedging ด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (USD/THB Futures) เฉพาะเมื่อเงินดอลลาร์อ่อนค่าอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อลดต้นทุนในการปกป้องความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ “บริการบริหารพอร์ตการลงทุนระดับสถาบันในรูปแบบกองทุนส่วนบุคคล” (Institutional-Grade Private Fund Solution) ที่ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด และช่วยให้คุณรับผลตอบแทนจากตลาดโลกได้อย่างเต็มศักยภาพ ไร้กังวลเรื่องภาษีและค่าเงิน พร้อมส่งมอบภาระการบริหารจัดการให้ระบบและผู้เชี่ยวชาญดูแล เพื่อคืนเวลาอันมีค่าให้กับเป้าหมายอื่นในชีวิตของคุณนั่นเอง

ปัจจัย / ทางเลือก🏆 กองทุนส่วนบุคคล Permanent Portfolioลงทุนต่างประเทศด้วยตนเองลงทุนผ่าน DRลงทุนผ่านกองทุนรวมลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคลอื่นๆ
การบริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทุนมืออาชีพแบบครบวงจร✅ มี❌ ไม่มี❌ ไม่มี✅ มี✅ มี
ใช้กลยุทธ์จัดพอร์ตที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ว่ามีความมั่นคงและทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจในระยะยาว✅ มี🤔 อาจจะ🤔 อาจจะ🤔 อาจจะ🤔 อาจจะ
ได้รับการยกเว้นภาษี Capital Gain Tax จากการลงทุนในต่างประเทศ✅ มี❌ ไม่มี✅ มี✅ มี🤔 อาจจะ
มีการปกป้องความเสี่ยงค่าเงินแบบยืดหยุ่น เฉพาะเมื่อเงินดอลลาร์อ่อนค่าเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่าย✅ มี❌ ไม่มี❌ ไม่มี🤔 อาจจะ🤔 อาจจะ
ปรับพอร์ตอย่างชาญฉลาดด้วยระบบ Smart Rebalancing Algorithm ที่มีความสม่ำเสมอในระยะยาว✅ มี🤔 อาจจะ🤔 อาจจะ🤔 อาจจะ🤔 อาจจะ

โดยที่กองทุนส่วนบุคคล Permanent Portfolio นี้ มีระดับความเสี่ยงตามประเภทสินทรัพย์อยู่ในระดับที่ 5 (กองทุนผสม) เนื่องจากเป็นกองทุนที่จัดพอร์ตการลงทุนด้วยการผสมตราสารการลงทุนที่เป็นตัวแทนของสินทรัพย์ต่างๆเข้าด้วยกัน

Level 1Level 2Level 3Level 4Level 5Level 6Level 7Level 8
กองทุนตลาดเงินที่ ลงทุนเฉพาะใน ประเทศ กองทุนตลาดเงินที่ ลงทุนในต่างประเทศ บางส่วน กองทุนพันธบัตร รัฐบาล กองทุนตราสารหนี้ กองทุนผสม กองทุนตราสารทุน กองทุนหมวดอุตสาหกรรม กองทุนสินทรัพย์ทางเลือก

นักลงทุนที่เหมาะกับกองทุนส่วนบุคคล Permanent Portfolio

กองทุนส่วนบุคคล Permanent Portfolio นั้น ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้เป็นเครื่องมือการลงทุนที่มีความความเหมาะสมต่อเป้าหมายและคุณลักษณะของนักลงทุนดังต่อไปนี้

ต้นกำเนิดกลยุทธ์จัดพอร์ตการลงทุน Permanent Portfolio ที่ช่วยปกป้องความเสี่ยงและรับมือกับทุกสภาวะเศรษฐกิจตลอดระยะเวลา 100 ปีที่ผ่านมา

กลยุทธ์จัดพอร์ตการลงทุนแบบ Permanent Portfolio ด้วยหุ้นสหรัฐ, ตราสารหนี้สหรัฐ, ทองคำ และสินทรัพย์แทนเงินสดนั้น ถือได้ว่าเป็นกลยุทธ์การลงทุนต้นตำรับในการปกป้องความเสี่ยงและรับมือกับทุกสภาวะเศรษฐกิจแบบ All Weather Strategy ด้วยการผสานสินทรัพย์ที่โดดเด่นในแต่ละช่วงเวลาเอาไว้ในพอร์ตเดียวกัน โดยที่มันได้ถูกเผยแพร่ขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ. 1981 ในหนังสือ Inflation-Proofing Your Investments โดย Harry Browne จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก และถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการลงทุนมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน

โดยจากผลการวิจัยย้อนหลังในสกุลเงินดอลลาร์ด้วยฐานข้อมูลดัชนีผลตอบแทนของสินทรัพย์รายปี (US Asset Classes Yearly Return Data) ในช่วงเกือบ 100 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1928-2025 นั้น พบว่ากลยุทธ์ Permanent Portfolio สามารถที่จะรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจต่างๆในประเทศสหรัฐอเมริกา และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาวได้เป็นอย่างดี โดยมีการเติบโตในอดีตถึงปัจจุบันที่ราว 427 เท่า หรือคิดเป็นผลตอบแทนทบต้นที่ราว 6.44% ต่อปี และมีด้วยอัตราการถดถอยของพอร์ตการลงทุนที่รุนแรงที่สุดหรือ Maximum Drawdown ที่ราว -19% โดยเกิดขึ้นในช่วง Great Depression ปี ค.ศ. 1931-1932 ก่อนที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 (WW2) ตามมาในปี ค.ศ. 1939

โดยที่กราฟด้านล่างนี้แสดงถึงผลตอบแทนสะสมและการถดถอยของพอร์ตการลงทุนจากกลยุทธ์ US Permanent Portfolio ในช่วงระยะเวลาเกือบ 100 ปีที่ผ่านมา

หมายเหตุ: ข้อมูลดัชนีผลตอบแทนในสกุลเงินดอลลาร์ (USD-Based Return) ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพทางทฤษฎีของกลยุทธ์ในช่วงเกือบ 100 ปีที่ผ่านมา (สำหรับผลตอบแทนในช่วง 10 ปีล่าสุดที่ทดสอบวิจัยโดยได้รวมค่าธรรมเนียมและต้นทุนการซื้อขายเอาไว้โดยละเอียดจะอยู่ในข้อมูลส่วนถัดไป)

US Permanent Portfolio Strategy Theoretical Backtested Performance Through Crises 1928-2025 - ผลวิจัยทดสอบกลยุทธ์จัดพอร์ตการลงทุนในเชิงทฤษฎี ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจต่างๆในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ของกองทุนส่วนบุคคล Permanent Portfolio

ผลการวิจัยทดสอบกลยุทธ์ Permanent Portfolio พร้อมกลไกปกป้องความเสี่ยงค่าเงินแบบยืดหยุ่นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2016-2025

ข้อมูลต่อไปนี้คือผลการวิจัยทดสอบย้อนหลังด้วยความสมจริงและความเข้มงวดในระดับสูง ของการจัดพอร์ตการลงทุนแบบ Permanent Portfolio ซึ่งได้รวมเอาผลกระทบจากค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการต่างๆ ผลกระทบจากค่าเงินและกลไกการปกป้องความเสี่ยงค่าเงินเป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2016-2025 โดยมีผลลัพธ์ดังต่อไปนี้

หมายเหตุ: ผลการทดสอบวิจัย/ผลการดำเนินงานในอดีต ไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันหรือรับประกันถึงผลตอบแทนในอนาคตที่อาจเกิดขึ้น

ข้อกำหนดในการวิจัย SiamQuant การวิจัยโดยทั่วไป
ต้นทุนการทำธุรกรรมการซื้อขายตราสาร DR
อัตรา DR Trade Commission 0.25% ต่อครั้ง (ซื้อขาย 0.5%) 0.1% ถึง 0.25% ต่อครั้ง
ต้นทุนค่า DR Trade Slippage 0.5% ต่อเทรด (ซื้อขาย 1%) 0.05% ถึง 0.2% ต่อครั้ง
ต้นทุนการทำธุรกรรมซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า USD Futures
อัตรา USD Futures Trade Commission 0.25% ต่อครั้ง (ซื้อขาย 0.5%)
หรือราวๆ 80 บาทต่อครั้ง
30 ถึง 80 บาท ต่อสัญญาต่อครั้ง
ต้นทุนค่า USD Futures Trade Slippage 0.5% (ซื้อขาย 1%)
หรือราวๆ 15 ช่องราคาต่อครั้ง
1 ถึง 2 ช่องหรือราวๆ 20 ถึง 40 บาท ต่อสัญญาต่อครั้ง
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ (Management Fee) 1.07% ต่อปี รวม VAT ขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุน
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลสินทรัพย์ (Custodian Fee) 0.3% ต่อปี รวม VAT ขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุน
กรณีลงทุนในต่างประเทศหรือได้รับผลกระทบจากค่าเงิน
ผลกระทบจากค่าเงิน USD/THB Currency Effect รวมผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน USD/THB ในการทดสอบ ไม่รวมผลกระทบชองอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน USD/THB โดยมักแสดงเป็นค่าเงิน USD
ผลกระทบจาก การทำ USD Currency Hedging รวมผลกระทบจากการทำ Hedging และต้นทุนในการปกป้องความเสี่ยงและ Roll-over อย่างครบถ้วน ไม่รวมผลกระทบจากการทำ Hedging หรือไม่รวมต้นทุนในการ Roll-over และต้นทุนอื่นๆ
กระบวนการทดสอบวิจัยทดสอบกลยุทธ์การลงทุน
การทดสอบวิจัยย้อนหลัง Backtesting ทดสอบแบบ Out-of-Sample จาก Walk-Forward-Analysis (WFA) เพื่อลด Bias ในการวิจัย ทดสอบจากการ Optimization ซึ่งกับข้อมูล In-Sample ซึ่งเสี่ยงต่อ Overfitting & Data Mining
การประเมินผลตอบแทนและความเสี่ยงในอนาคต Monte Carlo Simuation การทำ Monte Carlo Bootstrap โดยใช้ข้อมูล Out-of-Sample จาก Walk-Forward (WFA) ประเมินจากผลการวิจัยย้อนหลังแบบ In-Sample Backtest ในเบื้องต้น
การแสดงผลลัพธ์ของข้อมูลในการวิจัยทดสอบ
การแสดงผลทดสอบวิจัยย้อนหลัง Backtest Performance Report แสดงผลการลงทุนย้อนหลังโดยละเอียด ที่คำนวณ ด้วยข้อมูลรายวัน (Daily Data) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงอย่างละเอียดชัดเจน แสดงผลการลงทุนย้อนหลังเบื้องต้น ที่คำนวณ ด้วยข้อมูลรายเดือนหรือรายปี (Monthly) ซึ่งทำให้ไม่เห็นถึงความเสี่ยงที่แท้จริง
การประเมินผลตอบแทนและความเสี่ยงในอนาคต Estimate Performance Report แสดงผลการประเมินด้วยเทคนิคแบบ Monte-Carlo Bootstrap ในหลายมาตรวัดการลงทุน ประเมินโดยอนุมาณจากผลการทดสอบย้อนหลังแบบ In-Sample Backtest เบื้องต้น
US Permanent Portfolio Strategy with Dynamic Currency Hedging Backtested Performance After Currency Effect and Private Fund Fees 2016-2025 - ผลวิจัยทดสอบกลยุทธ์จัดพอร์ตการลงทุน ภายหลังได้รับผลกระทบจากค่าเงินและค่าใช้จ่ายต่างๆของกองทุนส่วนบุคคล Permanent Portfolio
Performance MetricsPermanent Dynamic HedgedPermanent Unhedged
Cumulative Return149.16%108.09%
Ann. Return (CAGR)8.66%6.89%
Ann. Std. (Volatility)6.71%8.08%
Maximum Drawdown-8.81%-9.03%
Longest Drawdown (Months)23.8224.08
MAR (CAGR/Max.DD)0.980.76
Modified Sharpe1.270.87
Modified Sortino1.91.25
Correlation with Unhedged0.251
Rolling 1Y %Positive94.04%85.96%
Rolling 3Y %Positive100.00%99.85%
Rolling 5Y %Positive100.00%100.00%

ผลลัพธ์จากการจำลองสถานการณ์การลงทุนในระยะยาว ของกองทุนส่วนบุคคล Permanent Portfolio

เนื่องจาก “ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต” เพื่อลดความกังวลต่อความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น เราจึงได้นำข้อมูลจากการทดสอบเชิงปริมาณอย่างเข้มงวดในระดับสูง มาใช้ในการจำลองทางสถิติเพื่อแสดงถึงโอกาสและความเป็นไปได้ของผลลัพธ์การลงทุน ด้วยเทคนิค Monte Carlo Bootstrapping Simulation ภายในกรอบระยะเวลาการลงทุน 10 ปี เพื่อประเมินถึงผลลัพธ์การลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตแบบครอบคลุมทั้งในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดและดีที่สุด (Worst & Best Case Scenario) ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

หมายเหตุ: ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงผลลัพธ์จากการจำลองสถานการณ์ทางสถิติ (Simulation) เพื่อแสดงโอกาสและความเป็นไปได้เท่านั้น มิใช่การการันตีผลตอบแทนในอนาคตแต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก

US Permanent Portfolio Strategy with Dynamic Currency Hedging Monte Carlo Simulation Performance After Currency Effect and Private Fund Fees 2016-2025 - ผลการจำลองผลตอบแทนและความเสี่ยงด้วยการสุ่มของกลยุทธ์จัดพอร์ตการลงทุน ภายหลังได้รับผลกระทบจากค่าเงินและค่าใช้จ่ายต่างๆของกองทุนส่วนบุคคล Permanent Portfolio

ผลตอบแทนทบต้นต่อปี (CAGR)

5% to 11%

การถดถอยสูงสุดของพอร์ตการลงทุน (Max. Drawdown)

-5% to -13%

การถดถอยที่ยาวนานที่สุดของพอร์ต (Longest Drawdown)

1 to 4 Years

10 Years Expected
Performance
CAGR (%) Max. Drawdown (%) Sharpe Ratio
(Rf =3)
Longest DD (Months)
Perm. DH Un
Hedged
Perm. DH Un
Hedged
Perm. DH Un
Hedged
Perm. DH Un
Hedged
Good Case (5th Percentile) 10.80 9.28 -4.69 -7.85 1.233 0.862 13 17
Medium Case
(50 Percentile)
8.12 5.8 -7.59 -13.64 0.774 0.355 24 34
Bad Case
(95 Percentile)
5.44 2.38 -12.82 -23.37 0.331 -0.15 46 62

สถิติผลตอบแทนจากผลการจำลองการลงทุนในระยะเวลา 10 ปีของกลยุทธ์ Permanent Portfolio with Dynamic Hedging เปรียบเทียบกับการจัดพอร์ตโฟลิโอ Permanent Portfolio ด้วยกองทุน ETF แบบ Fully Hedged ในระยะเวลาการลงทุน 3, 5 และ 10 ปี ด้วยเทคนิค Monte Carlo Bootstrapping

CAGR Percentile Confidence Level 3 Yrs Expect CAGR 5 Yrs Expect CAGR 10 Yrs Expect CAGR
Perm. DH Unhedged Perm. DH Unhedged Perm. DH Unhedged
1% 15.15 14.94 13.52 12.94 11.96 10.7
5% (Good) 13.01 12.09 11.95 10.77 10.80 9.28
10% 11.90 10.72 11.02 9.6 10.19 8.55
25% 10.07 8.36 9.62 7.71 9.19 7.22
50% (Medium) 7.97 5.68 8.09 5.76 8.12 5.8
75% 5.84 3.12 6.56 3.81 7.03 4.4
90% 3.86 1 5.22 2.05 6.06 3.18
95% (Worst) 2.86 -0.36 4.41 0.95 5.44 2.38
99% 1.43 -2.75 2.93 -0.97 4.50 0.84

fภาพและตารางสถิติความน่าจะเป็นของผลตอบแทนทบต้นหรือ CAGR ของกลยุทธ์ Permanent Portfolio with Dynamic Hedging เปรียบเทียบกับการจัดพอร์ตโฟลิโอ 60/40 Portfolio ด้วยกองทุน ETF แบบ UnHedged ในระยะเวลาการลงทุน 3, 5 และ 10 ปี ด้วยเทคนิค Monte Carlo Bootstrapping Simulation

Max.DD Percentile Confidence Level 3 Yrs Expect MaxDD 5 Yrs Expect MaxDD 10 Yrs Expect MaxDD
Perm. DH Unhedged Perm. DH Unhedged Perm. DH Unhedged
1% -1.46 -2.25 -2.37 -3.42 -3.66 -6.21
5% (Good) -2.16 -3.09 -2.87 -4.53 -4.69 -7.85
10% -2.37 -3.59 -3.15 -5.34 -5.12 -8.88
25% -2.89 -4.86 -3.86 -6.74 -6.06 -10.82
50% (Medium) -3.86 -6.57 -5.27 -8.92 -7.59 -13.64
75% -5.27 -9.09 -6.64 -11.75 -9.37 -17
90% -6.64 -11.83 -8.20 -14.72 -11.20 -20.76
95% (Worst) -7.54 -13.86 -9.35 -16.8 -12.82 -23.37
99% -9.67 -18.32 -11.60 -21.17 -15.33 -28.59

ภาพและตารางสถิติความน่าจะเป็นของอัตราการถดถอยสูงสุดของพอร์ตการลงทุนหรือ Max.DD ของกลยุทธ์ Permanent Portfolio with Dynamic Hedging เปรียบเทียบกับการจัดพอร์ตโฟลิโอ Permanent Portfolio ด้วยกองทุน ETF แบบ UnHedged ในระยะเวลาการลงทุน 3, 5 และ 10 ปี ด้วยเทคนิค Monte Carlo Bootstrapping Simulation

Longest.DD Percentile Confidence Level 3 Yrs Expect LDD 5 Yrs Expect LDD 10 Yrs Expect LDD
Perm. DH Unhedged Perm. DH Unhedged Perm. DH Unhedged
1% 6 6 7 8 11 13
5% (Good) 7 7 9 10 13 17
10% 7 8 10 11 15 19
25% 9 10 12 14 18 25
50% (Medium) 11 13 15 19 24 34
75% 14 17 19 25 32 44
90% 18 24 25 33 40 54
95% (Worst) 21 29 28 40 46 62
99% 28 35 37 53 56 86

ภาพและตารางสถิติความน่าจะเป็นของระยะเวลาในการถดถอยที่ยาวนานที่สุดของพอร์ตการลงทุนหรือ Longest DD (Recovery Time) ของกลยุทธ์ Permanent Portfolio with Dynamic Hedging เปรียบเทียบกับการจัดพอร์ตโฟลิโอ Permanent Portfolio ด้วยกองทุน ETF แบบ UnHedged ในระยะเวลาการลงทุน 3, 5 และ 10 ปี ด้วยเทคนิค Monte Carlo Bootstrapping Simulation

Sharpe Ratio Percentile Confidence Level 3 Yrs Expect Sharpe 5 Yrs Expect Sharpe 10 Yrs Expect Sharpe
Perm. DH Unhedged Perm. DH Unhedged Perm. DH Unhedged
1% 2.073 1.77 1.745 1.422 1.42 1.081
5% (Good) 1.642 1.345 1.445 1.099 1.233 0.862
10% 1.447 1.119 1.296 0.927 1.129 0.75
25% 1.124 0.759 1.041 0.657 0.958 0.564
50% (Medium) 0.784 0.37 0.776 0.359 0.774 0.355
75% 0.445 -0.026 0.51 0.059 0.589 0.146
90% 0.143 -0.394 0.277 -0.21 0.427 -0.036
95% (Worst) -0.039 -0.624 0.145 -0.374 0.331 -0.15
99% -0.347 -1.061 -0.133 -0.68 0.15 -0.387

ภาพและตารางสถิติความน่าจะเป็นของค่าผลตอบแทนต่อความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนวัดด้วย Sharpe Ratio ของกลยุทธ์ Permanent Portfolio with Dynamic Hedging เปรียบเทียบกับการจัดพอร์ตโฟลิโอ Permanent Portfolio ด้วยกองทุน ETF แบบ UnHedged ในระยะเวลาการลงทุน 3, 5 และ 10 ปี ด้วยเทคนิค Monte Carlo Bootstrapping Simulation

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกองทุนส่วนบุคคล Permanent Portfolio ที่บริหารจัดการโดย บล. กรุงไทย เอ็กซ์สปริง

เกี่ยวกับกองทุนส่วนบุคคล Permanent Portfolio

บริหารจัดการโดย: บล. กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (Krungthai XSpring)

ประเภทกลยุทธ์: กลยุทธ์จัดพอร์ตการลงทุนเชิงรับแบบ Permanent Portfolio

นโยบายการบริหารค่าเงิน: บริหารจัดการแบบยืดหยุ่นด้วยกลไก Dynamic Currency Heding Algorithm

นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย

เงินลงทุนเริ่มต้น: 1 ล้านบาท

ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการ (ก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-End): ร้อยละ 1% เมื่อเริ่มต้นการลงทุน

ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการ (Management Fee): ยกเว้นไม่เก็บในปีแรก และเก็บในปีถัดไปที่ร้อยละ 1%

ค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งผลกำไร (Profit Sharing Fee): ไม่มีการเก็บ

ค่าธรรมเนียมการดูแลทรัพย์สิน (Custodian Fee): 7,200 บาทต่อปี โดยธนาคารกรุงไทย

การเพิ่มทุนขั้นต่ำ: 100,000 บาท

Initial AUM Minimum Yearly Custodian Custodian / Initial AUM
1,000,000.00 7,200 0.72%
2,000,000.00 7,200 0.36%
3,000,000.00 7,200 0.24%
4,000,000.00 7,200 0.18%
5,000,000.00 7,200 0.14%
10,000,000.00 7,200 0.07%

ตารางแสดงการเปรียบเทียบอัตราค่าธรรมเนียมผู้ดูแลทรัพย์สิน (Custodian) ขั้นต่ำต่อปีที่ 7,200 บาท เทียบกับเงินลงทุนตั้งต้น

สอบถามข้อมูลกองทุนส่วนบุคคล Permanent Portfolio กับพวกเราเพิ่มเติม

บริการกองทุนส่วนบุคคล ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง SiamQuant และ บล. กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (Krungthai XSpring - KTX)

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

หากท่านมีความสนใจและข้อสงสัยเกี่ยวกับกองทุนส่วนบุคคล Permanent Portfolio ที่บริหารจัดการโดย บล. กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด อาทิเช่น รายละเอียดค่าใช้จ่ายต่างๆของกองทุนส่วนบุคคล, ผลตอบแทนของกลยุทธ์การลงทุนตั้งแต่เริ่มดำเนินงาน, ตัวอย่างรายงานประจำเดือนกองทุนในภาพรวม, หรือสนใจเปิดบัญชีลงทุน ท่านสามารถกรอกข้อมูลเบื้องต้นด้านล่าง เพื่อให้ทางผู้แนะนำการลงทุนของเราได้ทำการติดต่อกลับไป ในการให้ข้อมูลและคำแนะนำปรึกษาโดยละเอียดเพิ่มเติมต่อไปครับ

📞 โทรติดต่อ: 02-207-8665 ตั้งแต่ 10.00-17.00 น.

หรือ

📝 กรอกแบบฟอร์มด้านล่างเพื่อให้ผู้แนะนำการลงทุนติดต่อกลับ